มารื้อพื้นวิชาพุทธศาสนากันก่อนครับ
นางสุชาดา ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ที่ถวายข้าวมุธปายาส แด่พระพุทธเจ้า ทรงเสวยเป็นมื้อสุดท้าย ก่อนจะบรรลุธรรมตรัสรู้
หลังจากทรงเสวยหมดแล้วทรงนำถาดไปทรงอธิษฐานในแม่น้ำเนรัญชรา จากนั้นพระองค์ก็เสด็จมาทรงบำเพ็ญเพียงอยู่
ณ โพธิ์พฤกษ์นั้นก่อนที่จะรับหญ้าคาเจ็ดกำจากโสตถิยพราหมณ์ นำไปปูไว้ที่ใต้ต้นโพธิเป็นบัลลังก์
แล้วเสด็จขึ้นไปประทับนั่งและได้กล่าวกับพระองค์เองว่าจะไม่ลุกขึ้นจนกว่าจะตรัสรู้ส
ำเร็จ.
จนสำเร็จพระอนุตรสัมมาสัมโพธิ์ญาณ
ข้าวมุธปายาส ...... ของทางนี้จะต่างจากกวนข้าวทิพย์มาก คือไม่เหมือนเลยก็ว่าได้ ส่วนจานที่ทานนี้ นมที่นำมาหุ่งน่าจะไม่ใช่นมวัว น่าจะเป็นนมแพะมากกว่า
ข้อมูลจากคุณ สร้อยฟ้ามาลา จากเวป palungjit.com
อันที่จริงข้าวมธุปายาสเป็นของหวานชนิดหนึ่งของอินเดียที่มาปรากฏในพุทธประวัติ คนอินเดียจะเรียกว่า ปายาสเฉยๆโดยทั่วไปแล้วคนอินเดียจะปรุงอาหารชนิดนี้เวลามีงานมงคล
เครื่องปรุง
ข้าวควรจะเป็น ข้าวบาสมาติ แต่จะเป็นข้าวหอมมะลิไทยก็ได้
นมโคสด
น้ำผึ้ง หรือน้ำตาลทราย
กานพลู
กระวานอินเดีย
ถั่วอัลมอนด์ หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์
ลูกเกด
วิธีทำ
บดกระวาน กับ กานพลูให้ละเอียด
ฝานอัลมอนด์ให้เป็นแผ่นบาง
ล้างข้าวให้สะอาดแล้วหุงข้าวด้วยนมที่เตรียมไว้หมั่นกวนไว้เพื่อไม่ให้ติดกระทะ
พอข้าวเริ่มจะสุกก็เติมน้ำผึ้ง หรือน้ำตาลกระวาน กับกานพลูที่บดไว้ และ ลูกเกด
กวนต่อไปจนข้าวสุก